Change Language :  Staff Only 
   Home   
|
: Thai Cooking Courses
|
Webboard
|
Founder
|
Manager
|
Contact us
Monday, 6 September 2010 
curry
salad
dessert
soup
a la carte

MAP
 ArticleBack 
มองอาหารแมคโครไบโอติคส์อย่างใกล้ชิด

คำว่า ‘แมคโครไบโอติคส์’ (Macrobiotics) มาจากรากศัพท์กรีกโบราณ หมายความว่า ‘ชีวิตที่ยืนยาว’ และถูกนำมาใช้ครั้งแรกโดยนักคณิตศาสตร์ชื่อฮิปโปเครตีส (Hippocrates) ราวๆ 400 ปีก่อนคริสตศักราช แมคโครไบโอติคส์แบบดั้งเดิมมีกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่นและชายผู้อยู่เบื้องหลังอาหารแมคโครไบโอติคส์คือ จอร์จ โอซาวา (George Ohsawa) อย่างไรก็ตาม มิชิโอะ คึชิ (Michio Kushi) ได้เผยแพร่แนวคิดนี้จนได้รับความนิยม มิชิโอะได้สร้างสถาบันคึชิ, ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของมูลนิธิคึชิ (Kushi Foundation Inc.) และเป็นศูนย์การศึกษาแมคโครไบโอติคส์หลักๆของโลกในวันนี้

มิชิโอะ คึชิกล่าวว่า ‘แมคโครไบโอติคส์ไม่ใช่เป็นเพียงแค่อาหาร แต่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ของสุขภาพและความยั่งยืนของชีวิต’ อย่างไรก็ตาม มีแนวทางทั่วไปเกี่ยวกับอาหารบางประการให้ผู้สนใจได้ติดตามกัน

หลายปีมาแล้วที่ความสนใจของสาธารณชนทั่วไปต่อหลักการทฤษฎีของแมคโครไบโอติกส์ลดลง เนื่องจากแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การปรับเปลี่ยนอาหารให้เหมาะกับแต่ละคนตามแผนการหรือข้อความที่แนะนำจึงเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งไม่สามารถทำได้ครอบคลุมเพียงพอ
ราวๆปี พ.ศ. 2548 คำว่า ‘แมคโครไบโอติคส์’ เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายเพิ่มขึ้นในญี่ปุ่น และปรากฎในสื่อสิ่งพิมพ์การค้าและธุรกิจหลักๆ ภัตตาคาร, โรงแรม และร้านขายอาหารนำเข้าที่มีชื่อเสียงต่างเน้นว่ามีอาหาร ‘แมคโครไบโอติคส์’ ให้เลือก การพัฒนาเครื่องมือสื่อสารระบบดิจิตอลหลายๆช่องทาง เช่น บันทึกส่วนตัวออนไลน์ (blog), เว็บไชต์, โทรทัศน์ และอื่นๆ ทำให้กระแสหลักของอาหารแมคโครไบโอติคส์ได้รับความนิยมอย่างไม่คาดคิด ชาวญี่ปุ่นอยู่ในอันดับแนวหน้าของการพัฒนาผลิตภัณฑ์แมคโครไบโอติคส์ที่ได้รับสิทธิบัตรคุ้มครอง

รูปแบบแมคโครไบโอติคส์ที่เข้มงวดน้อยกว่า
อาจแนะนำรูปแบบแมคโครไบโอติคส์ที่เข้มงวดน้อยกว่าให้กับผู้ที่ไม่สามารถอดทนต่ออาหารแมคโครไบโอติคส์รูปแบบมาตรฐานได้ (ปกติประกอบด้วย ธัญพืชเต็มเมล็ด โดยเฉพาะข้าวสาลีและข้าวโพด, สาหร่ายทะเล, อาหารหมัก, และเกลือ) ด้วยการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิต

แนวทางแมคโครไบโอติคส์ให้ความสำคัญมากกับการเลือกอาหาร วิธีการพื้นฐานและนำมาใช้ได้จริงที่สุดเพื่อเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตของเราเองคือ การกำหนดอาหารและเครื่องดื่มประจำวัน ตามที่เคธี หว่อง(Cathy Wong) กล่าวไว้ว่า, แนวทางการรับประทานอาหารแมคโครไบโอติคส์ขึ้นอยู่กับบุคคลและปัจจัยพื้นฐานหลายๆอย่าง เช่น อายุ, เพศ, ความต้องการของร่างกาย, กิจกรรมของแต่ละคน, สภาพอากาศและฤดูกาล

มิชิโอะ คึชิ ได้พัฒนาแนวทางการรับประทานและวิถีการดำเนินชีวิตทั่วๆไปให้กับบุคคลผู้ซึ่งต้องการก้าวตาม และปฏิบัติในแนวแมคโครไบโอติคส์ เขาแนะนำว่า แนวทางแมคโครไบโอติกส์พื้นฐานบางประการ เช่น รับประทานธัญพืชเต็มเมล็ด, ถั่ว และผักสด, เพิ่มการรับประทานอาหารให้หลากหลาย, และใช้วิธีการปรุงอาหารแบบดั้งเดิม, รับประทานอย่างสม่ำเสมอและลดปริมาณให้น้อยลง, เคี้ยวให้นานขึ้น, รักษาทัศนคติที่ดี, คิดบวก และความกระตือรือร้นให้กับชีวิต ช่วยเอาชนะความเจ็บไข้ได้ป่วยต่างๆและสามารถยืดอายุให้ยืนยาว

อาหารแมคโครไบโอติคส์ให้ความสำคัญกับอาหารต่อไปนี้ ธัญพืชที่มีใยอาหารสูง, ผัก และถั่ว โดยกล่าวว่ามีไขมันอิ่มตัวต่ำและไฟโตเอสโตรเจนสูง ขณะเดียวกันรับประทานเนื้อแดงและน้ำตาลให้น้อยลง

คำแนะนำเกี่ยวกับมาตรฐานการบริโภคอาหารแมคโครไบโอติคส์ในแต่ละวัน
ธัญพืชเต็มเมล็ด (40%-60% ของน้ำหนักอาหารแต่ละวัน)
ประกอบด้วยข้าวกล้อง, ข้าวสาลี, ข้าวโอ๊ต, ข้าวฟ่าง, ข้าวบาร์เลย์, ข้าวไรน์, ข้าวโพด, บัควีท, และผลิตภัณฑ์อื่นๆทั่วไปที่มีธัญพืชน้อยกว่า เช่น ขนมปัง, พาสต้า และก่วยเตี๋ยว
ผัก (20%-30% ของน้ำหนักอาหารแต่ละวัน)
ผักสดหรือผักดองปริมาณเล็กน้อย ควรเป็นผักปลูกในท้องถิ่น
ถั่ว (5%-10% ของน้ำหนักอาหารแต่ละวัน)
เช่น ถั่วเลนทิล, ถั่วลูกไก่, ถั่วแอดซูกิ และผลิตภัณฑ์จากถั่วอื่นๆ เช่น เต้าหู้, เทมเป้, มิโสะ ฯลฯ; ผักจากทะเล เช่น สาหร่ายคอมบุ สาหร่ายวากาเมะ, สาหร่ายโนริ ปรุงรับประทานพร้อมกับถั่ว หรือกับอาหารอื่นๆที่ต้องการ
อาหารอื่นๆ
เช่น ผลไม้, ถั่วเปลืองแข็งและเมล็ดพืช, ปลาเนื้อขาว ควรรับประทาน 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือไม่บ่อยครั้ง, ควรใช้น้ำมันพืชคุณภาพที่ไม่ผ่านการสกัดสีและกลิ่น และเกลือทะเลที่ได้จากกระบวนการธรรมชาติ
งดเนื้อ, สัตว์ปีก, ผลิตภัณฑ์นม, น้ำตาลทรายขัดขาว, น้ำผึ้ง และอาหารที่มีน้ำตาลเป็นพื้นฐานอื่นๆ, อาหารต่อไปนี้ควรแยกออกจากอาหารแมคโครไบโอติคส์ ได้แก่ เมล็ดธัญพืชขัดขาว แป้งและอาหารอื่นที่ถูกทำให้บริสุทธ์และฟอกขาว, เครื่องเทศรสเผ็ดร้อน, อาหารทุกชนิดที่ใส่สี, อาหารสำเร็จรูป, อาหารที่ฉีดพ่น หรือใส่สารเคมี

หลักมังสวิรัติพื้นฐานสำหรับไมโครไบโอติคส์
อาหารแมคโครไบโอติกส์พื้นฐาน คือ อาหารที่ได้จากพืชเป็นหลัก มีงานวิจัยมากมายทำการศึกษาเรื่องข้อพิสูจน์เกี่ยวกับประโยชน์ของสารอาหารจากพืช
สมาคมควบคุมอาหารอเมริกา (กรกฎาคม 2552) กล่าวว่า อาหารมังสวิรัติ ซึ่งรวมถึงมังสวิรัติบริสุทธิ์ หรืออาหารเจที่ได้รับการวางแบบแผนอย่างเหมาะสม ให้คุณค่าทางอาหารเพียงพอและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ นอกจากนี้อาจให้ประโยชน์ด้านสุขภาพในการป้องกันและรักษาโรคบางชนิด

การทบทวนโดยอิงหลักฐานเชิงประจักษ์ปรากฎว่า อาหารมังสวิรัติมีคุณค่าทางอาหารเพียงพอในช่วงการตั้งครรภ์ และผลลัพธ์ด้านสุขภาพของมารดาและทารกนั้นบวก ผลลัพธ์ที่ได้จากการทบทวนโดยอิงหลักฐานเชิงประจักษ์แสดงความสัมพันธ์ของ อาหารมังสวิรัติกับการลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือดและโรคเบาหวาน

การศึกษาทางระบาดวิทยาในวงกว้างเมื่อเร็วๆนี้แสดงว่า การบริโภคธัญพืชเต็มเมล็ดอย่างสม่ำเสมอสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และโรคมะเร็งบางชนิดได้มากกว่า 30% ในการศึกษาแบบมองไปข้างหน้า (prospective study) จากผู้หญิง 34,000 คน อายุ 55-69 ปีในรัฐไอโอวา, สหรัฐอเมริกา รายงานว่า ผู้เข้าร่วมศึกษาที่รับประทานธัญพืชเต็มเมล็ดอย่างน้อย 1 หน่วยบริโภคต่อวัน สามารถลดความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญจากการเสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบมากกว่าผู้ที่แทบจะไม่ได้รับประทานเลย อาหารแมคโครไบโอติคส์แนะว่า ธัญพืชควรเป็นส่วนสำคัญในโภชนาการของเรา

ตามแนวทางการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพของกระทรวงเกษตรสหรัฐ, ผักและผลไม้อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่บางชนิด และช่วยเพิ่มการบริโภคเส้นใย ผู้ที่รับประทานผักและผลไม้มากกว่าโดยถือเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเพื่อสุขภาพโดยรวม มีแนวโน้มความเสี่ยงการเกิดโรคเรื้อรังบางชนิดลดลง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด(CVD), โรคความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน, และโรคมะเร็ง อาหารแมคโครไบโอติคส์เน้นการบริโภคผักสดที่ปลูกในท้องถิ่น และแนะนำว่า ในอาหารแต่ละวันของเรานั้น ควรเป็นผัก 20 - 30% อย่างไรก็ตาม อาหารแมคโครไบโอติคส์สนับสนุนการบริโภคผลไม้เพียงบางครั้งคราวหรือสัปดาห์ละครั้งเท่านั้น ซึ่งนักโภชนาการกำลังวิจารณ์เงื่อนไขข้อนี้ว่า เข้มงวดเกินไปและอาจส่งผลให้ขาดสารอาหารรองได้

ถึงตอนนี้...อยากเปลี่ยนมาทานอาหารมังสวิรัติกันบ้างหรือยัง?
จำนวนผู้กล่าวอ้างว่าเป็นมังสวิรัติในโลกเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งศตวรรษหลัง พวกเขาให้ความสนใจอย่างมากต่อประโยชน์ทางสุขภาพที่คาดว่าจะได้รับจากโภชนาการที่มีพืชเป็นอาหารหลัก ซึ่งอาหารมังสวิรัติที่วางแผนอย่างดีและสมดุล สามารถให้คุณค่าทางโภชนาการเท่าเทียมกัน

การศึกษาหลายอันได้พยายามค้นคว้าเปรียบเทียบผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติว่า จะช่วยป้องกันกลุ่มโรคเรื้อรังได้หรือไม่ โดยวัดจากอัตราการเสียชีวิตและการเจ็บป่วย หลักฐานจาก 2-3 การศึกษากว้างๆโดยติดตามกลุมสมาชิกโครงการตามระยะเวลาที่ผานไปชี้แนะว่า ผู้เป็นมังสวิรัติมีอัตราส่วนการเสียชีวิตโดยรวมต่ำกว่าประชากรทั่วไป อย่างไรก็ดีพบว่า ผู้ทานมังสวิรัติมีกระดูกอ่อนแอกว่าผู้รับประทานเนื้อเล็กน้อย การศึกษาร่วมออสเตรเลีย-เวียดนาม ได้ค้นหาความจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอาหารและกระดูก จากผู้คนมากกว่า 2,700 คน และพบว่าผู้ทานมังสวิรัติมีความหนาแน่นกระดูกต่ำกว่าผู้ทานเนื้อ 5%
อาหารแมคโครไบโอติคส์และมะเร็ง

สมาคมมะเร็งอเมริกัน (American Cancer Society) กล่าวว่า แนวทางแมคโครไบโอติคส์ที่เน้นอาหารเส้นใยสูงและไขมันต่ำนั้น มักถูกแนะนำสำหรับโรคมะเร็งและโรคเรื้อรังอื่นๆ อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ไม่ได้สนับสนุนคำกล่าวอ้างนี้ที่ว่า อาหารแมคโครไบโอติคส์มีผลต่อการรักษาโรคมะเร็ง แต่เนื่องจากอาหารส่วนมากประกอบด้วยผัก, ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ดซึ่งสัมพันธ์กับประโยชน์ต่อสุขภาพโดยทั่วไปในการลดความเสี่ยงต่อหลายๆโรค และด้วยคุณสมบัติที่ดีของส่วนประกอบอาหารแมคโครไบโอติคส์ ทำให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ทางด้านประโยชน์เหล่านี้เช่นกัน

ความท้าทายและความเสี่ยงของอาหารแมคโครไบโอติคส์

ก่อนหน้านี้ เรามองแมคโครไบโอติคส์ในด้านประโยชน์ที่มีความเป็นไปได้ อย่างไรก็ดี ประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตถูกทำให้ลดน้อยลงด้วยหลักจริยธรรมมากมาย, คำถามเกี่ยวกับกฎหมายและสังคมที่ต้องได้รับการจัดการแก้ไข
โดยทั่วไป วิธีปฏิบัติตามแนวแมคโครไบโอติคส์มีลักษณะเฉพาะบุคคล และการนำมาปฏิบัติเป็นเรื่องยากสำหรับสาธารณชนยุคสมัยใหม่ที่การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเป็นไปอย่างรวดเร็ว การศึกษาอาหารแมคโครไบโอติคส์ในทางวิทยาศาสตร์แสดงว่า มีแง่ลบบางประการที่ต้องนำไปพิจารณา ในตารางที่ 1 แสดงการศึกษาที่ให้ผลด้านลบ

ตารางที่ 1: การศึกษาที่แสดงความเสี่ยงของอาหารแมคโครไบโอติคส์
งานศึกษาวิจัย     บทสรุป     แหล่งที่มาวารสาร
การรับประทานอาหารและภาวะโภชนาการของผู้ทานมังสวิรัติและผู้ทานทั้งพืชและเนื้อสัตว์ของเด็กก่อนวัยเรียนและพ่อแม่ในไต้หวัน     พ่อแม่และเด็กที่เป็นมังสวิรัติได้รับแคลเซียมจากการบริโภคไม่เพียงพอ     Nutrition Research; Volume 28, Issue 7, July 2008, Pages 430-436

ผลกระทบจากอาหารแมคโครไบโอติคส์ด้านการเจริญเติบโตแบบเส้นตรงในทารกจนถึงเด็กเล็กอายุ 10 ปี     ข้อมูลแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เด็กที่รับประทานอาหารแมคโครไบโอติคส์มีการเติบโตแบบเส้นตรงช้า โดยสาเหตุมาจากภาวะการขาดสารอาหารเพียงอย่างเดียว     Eur J Clin Nutr. 1994 Feb;48 Suppl 1:S103-11; discussion S111-2

ความหนาแน่นของมวลกระดูกและองค์ประกอบของแร่ธาตุในกระดูกต่ำสัมพันธ์กับภาวะโคบาลามิน (วิตามินบี 12) ต่ำในวัยรุ่น     วัยรุ่นที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยอาหารแมคโครไบโอติคส์ในช่วงแรกของชีวิตมีการขาดโคบาลามิน (วิตามินบี 12)     Eur J Nutr. 2005 Sep; 44(6):341-7. Epub 2004 Aug 30

โภชนาการของแมคโครไบโอติคส์และสุขภาพเด็ก: ผลจากการศึกษาประชากรในเนเธอร์แลนด์โดยใช้รูปแบบผสมระหว่างการศึกษาติดตามระยะยาวและการศึกษาตามรุ่น     พบได้บ่อยๆว่า ทารกที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยอาหารแมคโครไบโอติคส์มีการขาดพลังงาน, โปรตีน, วิตามินบี 12 และไรโบฟลาวิน     Am J Clin Nutr. 1994 May; 59(5 Suppl):1187S-1196S.

การลดลงของมวลกระดูกในวัยรุ่นชาวดัตช์ที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยอาหารแมคโครไบโอติคส์ในช่วงแรกของชีวิต     ได้รับการพิสูจน์ว่ามวลกระดูกลดลง     Parsons TJ - J Bone Miner Res - 01-SEP-1997; 12(9): 1486-94

ความเสี่ยงของการขาดโคบาลามิน(วิตามินบี 12) เรื้อรังในวัยรุ่นที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยอาหารแมคโครไบโอติคส์ในช่วงแรกของชีวิต     วัยรุ่นที่เคร่งครัดในแมคโครไบโอติคส์ก่อนหน้านี้จำนวนมาก ยังคงมีการทำงานของโคบาลามิน(วิตามินบี 12) บกพร่อง     Am J Clin Nutr. 1999 Apr; 69(4):664-71.


มีบางคนปฏิเสธอาหารแมคโครไบโอติคส์เพราะรู้สึกว่าเข้มงวดมากเกินไป หรือคิดว่าเป็นอันตราย แมคโครไบโอติคส์แบบเคร่งครัดที่ไม่บริโภคผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และรับประทานผลไม้ให้น้อยที่สุด อาจส่งผลให้เกิดการขาดสารอาหาร โดยเฉพาะเสี่ยงต่อภาวะโภชนาการไม่เพียงพอในเด็ก แต่ไม่มีงานศึกษาที่มีการทบทวนสาระอย่างเข้มงวดใดๆเกี่ยวกับผลกระทบของอาหารแมคโครไบโอติคส์ต่อหญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร
การยึดมั่นในแนวทางอาหารแมคโครไบโอติคส์อย่างเคร่งครัดยังถูกเชื่อมโยงกับภาวะทุพโภชนาการและการเจริญเติบโตที่หยุดชะงักหรือช้าลง Dagnelie et al, (2534) รายงานอัตราการเจริญเติบโตด้านความสูงที่ต่ำ มีความสัมพันธ์กับการได้รับโปรตีนต่ำในเด็กที่รับประทานอาหารแมคโครไบโอติคส์

แอนนา เคน (Anna Kane) กล่าวว่า แมคโครไบโอติคส์นำไปสู่การขาดวิตามิน ซึ่งสามารถทำให้การเจริญเติบโตของทารกและเด็กหยุดชะงัก และน้ำหนักแรกคลอดต่ำ แมคโครไบโอติคส์ไม่สนับสนุนการรับประทานเนื้อสัตว์, สัตว์ปีก และปลาส่วนใหญ่ ซึ่งทั้งหมดนี้ให้โปรตีนและไขมันที่จำเป็นต่อพัฒนาการ

นักวิทยาศาสตร์แนะนำผู้ที่ปฏิบัติตามหลักแมคโครไบโอติคส์ให้เพิ่มการบริโภคผลิตภัณฑ์นมและปลา พร้อมๆกับการรับประทานผักและผลไม้สดเป็นประจำ เพื่อรักษาพัฒนาการเด็กให้เป็นไปตามปกติ

สรุป
แมคโครไบโอติคส์ให้ความสำคัญกับอาหารไขมันต่ำ,เส้นใยและสารอาหารจำเป็นสูง ควบคู่กับการออกกำลังกาย ซึ่งอาจจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคเกี่ยวกับวิถีการดำเนินชีวิตได้ อย่างไรก็ตามไม่ว่ารูปแบบอาหารจะเป็นอย่างไร เราจำเป็นต้องสมดุลโภชนาการด้วยอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริโภคอาหารทุกกลุ่มในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงดื่มน้ำให้เพียงพอ สถาบันทางการแพทย์และหน่วยงานของรัฐบาลจำนวนมากได้ทำการส่งเสริมรูปแบบโภชนาการต่างๆ ที่ได้รับการออกแบบเพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพในหลายๆแง่มุม ปัจจัยทางวัฒนธรรมและจิตวิทยายังถูกนำมาพิจารณาใช้วางแผนการด้านอาหารเพื่อสุขภาพนี้อีกด้วย
แมคโครไบโอติคส์มีจุดมุ่งหมายที่ดี และอย่างน้อย ได้แนะนำอาหารบางกลุ่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่แท้จริง อย่างไรก็ดี วิทยาศาสตร์ได้แสดงว่า การงดผลไม้, ถั่วเปลือกแข็ง และแหล่งโปรตีนที่หลากหลาย หรือแม้กระทั่งการลดอย่างฉับพลันทันที อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดต่อสุขภาพที่ใครสักคนสามารถทำได้ การศึกษาเมื่อเร็วๆนี้เกี่ยวกับระดับกลูโคสในเลือดของคนที่รับประทานอาหารเฉพาะอย่างแสดงว่า ธัญพืชเต็มเมล็ดและผลิตภัณฑ์ธัญพืชบางอย่าง อาจส่งผลทำให้ระดับกลูโคสในเลือดสูงได้มากกว่าผลไม้, ถั่วเปลือกแข็ง หรือเนื้อ ปัจจัยนี้สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้เป็นเบาหวาน หรือผู้ที่เผชิญภาวะอันตรายจากการเป็นโรคเบาหวาน

โดย Dr. Aparna Pandit. M.Sc. Ph.D (วิทยาศาสตร์การอาหารและโภชนาการ), นักวิจัยอาหารและโภชนาการ

เอกสารอ้างอิง :
1.     Tradition cures: Mainstreaming “macrobiotic” in Japan in digital age. Appetite; Volume 47, Issue 3, November 2006, Page 395. Naoko Nakagawa.
2.     Macrobiotic Diet. What Should I Know About the Macrobiotic Diet? By Cathy Wong, About.com. Updated: September 20, 2007.
3.     What is Macrobiotics? By Phiya Kushi. Kushi Institute.
4.     Kushi M, Jack A. The cancer prevention diet: Michio Kushi's nutritional blue print for the prevention and relief of disease. New York: St Martin's Press; 1993.
5.     Kushi M. The book of macrobiotics: the universal way of health and happiness. Completely revised and enlarged ed. Tokyo: Japan Publications; 1987.
6.     Position of the American Dietetic Association: Vegetarian Diets. Journal of the American Dietetic Association. Volume 109, Issue 7, July 2009, Pages 1266-1282.
7.     Eufic.org
8.     My Pyramid, USDA.gov.
9.     Vegetarian Nutrition. Nutrition Bulletin; Volume 30, Issue 2, Date: June 2005, Pages: 132-167. F. Phillips. Link
10.     Vegans and vegetarians have weaker bones than meat-eaters: joint study. The Australian, July 03, 2009
11.     The Macrobiotic Diet in Cancer. J. Nutr. 131:3056S-3064S, November 2001. Lawrence H. Kushi etal.
12.     Macrobiotic Diet. American Cancer Society.
13.     Dagnelie P.C., Van Staveren W.A. and Hautvast. Stunting and nutrient deficiencies in children on alternative diets. Acta Paediatr Scand. 1991;347: 111-118.
14.     Introduction to Macrobiotics. by Anna Kane


####################################
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถหาอ่านได้ที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลด้านอาหารแห่งเอเชีย www.afic.org
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านอาหารแห่งเอเชียเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ มีพันธะกิจเพื่อสื่อสารข้อมูลพื้นฐานในแง่มุมวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความปลอดภัยด้านอาหาร, โภชนาการ และสุขภาพไปสู่สื่อมวลชน, ผู้ดูแลมาตรฐาน, ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและอาหาร และผู้บริโภคในภูมิภาคเอเซีย

 

Copyright ๛ 2006 MWTHAICOOK.COM. All rights reserved.